มะเขือเทศ..มีคุณค่ามากนะ

ตั้งแต่เล็กๆ ฉันเป็นคนไม่ชอบกินมะเขือเทศที่สุด เห็นทีไรเป็นต้องร้องยี้ เพราะกลัวสีและกลัวเวลาเอาเข้าปากแล้วมันนิ่มๆ แฉะๆ เพราะแบบนี้ฉันจึงหลีกหนีมะเขือเทศให้ไกล ทว่า พอเติบโตอยู่ในวัยอุดมศึกษา เพื่อนๆ หลายคนกินมะเขือเทศกันเยอะเหลือเกิน บางคนถึงกับฝานมะเขือเทศแล้วจิ้มเกลือด้วยสีหน้าอร่อยเสียนี่กระไรแถมยังพยายามให้ฉันกินมะเขือเทศทั้งพูดหว่านล้อมต่างๆ นานาและท้าให้ฉันไปค้นคว้าคุณประโยชน์ของมะเขือเทศด้วยรางวัลที่น่าจูงใจมากๆ ฉันตัดสินใจค้นคว้าทันที แล้วฉันก็พบข้อมูลมากมายเกี่ยวกับมะเขือเทศตามนี้…
มะเขือเทศมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ที่แถบเทือกเขาแอนตีสของทวีปอเมริกาใต้แถบประเทศเปรูและชิลี ซึ่งแต่เดิมมะเขือเทศเป็นพืชที่เติบโตในป่า ในราวศตวรรษที่ 15 ชาวสเปนและโปรตุเกสได้นำเอามะเขือเทศจากเปรูไปปลูกในยุโรป หลังจากนั้นก็ได้มีการนำไปปลูกที่ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศสและเยอรมัน สำหรับประเทศไทยได้มีการสันนิษฐานว่า มะเขือเทศเข้ามาสู่เมืองไทยนานหลายร้อยปีแล้ว โดยชาวยุโรปที่ได้เข้ามาติดต่อค้าขายในสมัยกรุงศรีอยุธยา
มะเขือเทศจัดให้เป็นผลไม้ เนื่องจากเจริญเติบโตมาจากดอกและมีเมล็ด แต่ความเป็นจริงในตลาดสดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตได้นำมะเขือเทศจัดไว้ในโซนผัก เราจึงถือว่า มะเขือเทศคือผลไม้ที่เป็นผักด้วยประการฉะนี้แล
นอกจากมะเขือเทศจะเป็นที่นิยมรับประทานกันทั่วโลกแล้ว มะเขือเทศยังมีประโยชน์มากมาย เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินเค วิตามินพี วิตามินบี1 วิตามินบี2 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัสและธาตุเหล็ก ซึ่งมะเขือเทศขนาดปานกลางจะมีวิตามินซีครึ่งหนึ่งของผลส้มโอทั้งลูกและมะเขือเทศหนึ่งผลมีปริมาณวิตามินเอที่ร่างกายต้องการจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนวิตามินเอที่ร่างกายต้องการต่อวันเลยเทียว แล้วมะเขือเทศยังมีสารจำพวกไลโคปีน แคโรทีนอยด์ เบตาแคโรทีนและกรดอะมิโน
สรรพคุณของมะเขือเทศก็มีมากมายหลายอย่าง เข่น ช่วยทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคหอบหืดได้มากถึง 45% ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ ช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟันหรือโรคลักปิดลักเปิด ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด มะเขือเทศมีฤทธิ์ช่วยการขับปัสสาวะ ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง ช่วยลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ช่วยลดอัตราความเสี่ยงจากการเกิดภาวะเส้นเลือดตีบและการเกิดโรคหัวใจวาย สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ช่วยเกี่ยวกับระบบการย่อยในกระเพาะอาหารและช่วยในการขับถ่าย ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราหรือเชื้อราที่ปาก ช่วยลดอัตราความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ช่วยลดอัตราความเสี่ยงโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ถึง 45% หากรับประทานมะเขือเทศเป็นประจำ ช่วยลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ในเพศหญิง แล้วซอสมะเขือเทศช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดหลังจากการหกล้มหรือถูกมีดบาดได้
ไม่เพียงเท่านั้น มะเขือเทศยังมีคุณประโยชน์อีกเยอะแยะ อาทิ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นไม่แห้งกร้าน ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย น้ำมะเขือเทศช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยบำรุงสายตา ช่วยรักษาสิว โดยการนำน้ำมะเขือเทศพอกหน้าหรือฝานบางๆ แปะบนผิวหน้า ซอสมะเขือเทศสามารถหมักผม เพื่อป้องกันการเปลี่ยนสีของผม เนื่องจากการว่ายน้ำในสระที่มีคลอรีน ซอสมะเขือเทศสามารถใช้ขัดเครื่องประดับเงิน เพื่อให้เงางาม โดยกานำซอสมะเขือเทศมาขัดถูกเครื่องเงิน แล้วล้างน้ำออก ซอสมะเขือเทศช่วยในการดับกลิ่นคาวได้
น้ำมะเขือเทศเป็นหนึ่งเครื่องดื่มยอดนิยมของผู้รักสุขภาพ การดื่มน้ำมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรทำดังนี้คือ (1) ดื่มน้ำมะเขือเทศก่อนรับประทานอาหารหรือในช่วงที่ท้องว่าง โดยอาจจะหยดน้ำมันเล็กน้อยลงไป เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ดียิ่งขึ้น (2) ดื่มน้ำมะเขือเทศหลังอาหารทันที เนื่องจากไขมันในอาหารจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีมากขึ้น
ในการดื่มน้ำมะเขือเทศ หากดื่มมากเกินไป..จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีสูงและเกิดโรคนิ่วได้ แล้วก็ได้รับวิตามินเอมากเกินไป ซึ่งจะทำให้ส่งผลเกิดอาการเบื่ออาหาร เจ็บกระดูก นอนไม่หลับและท้องผูก ยิ่งไปกว่านั้นการได้รับโพแทสเซียมในปริมาณสูงอาจจะทำให้มีผลต่อการทำงานของหัวใจได้ ฉะนั้น การดื่มน้ำมะเขือเทศควรจะดื่มไม่เกิน 2 แก้วต่อวัน เพราะเป็นปริมาณที่ร่างกายสามารถขับโพแทสเซียมออกไปได้จนหมด
เนื่องด้วยน้ำมะเขือเทศมีธาตุโพแทสเซียมสูงจึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไตหรือผู้ที่มีโพแทสเซียมในเลือดสูง ไม่ควรรับประทานเลยไม่ว่าจะเป็นการปรุงสุกหรือทานสด ทั้งนี้ผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อนก็ไม่ควรจะรับประทานมะเขือเทศมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางหน้าอกหนักยิ่งขึ้นได้
ข้อควรระวังอีกประการหนึ่งก็คือ ไม่ควรจะรับประทานมะเขือเทศดิบ เพราะยิ่งทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี
จะเห็นว่า มะเขือเทศมีประโยชน์มากล้นจริงๆ แต่ผู้ที่จะรับประทานมะเขือเทศพึงรู้ถึงสภาพร่างกายของตนเองเป็นอย่างดีด้วย หากการรับประทานมะเขือเทศก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพก็ไม่ควรจะรับประทาน แต่หากสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี คุณก็ลุยโลดกับการรับประทานมะเขือเทศได้เลย ซึ่งมีหลากเมนู ไม่ว่าจะ ต้ม ผัด แกง คั้นน้ำ หรือทานสด จัดได้หนำใจ